เวียดนามเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง หลังกระทรวงก่อสร้างอนุมัติหลักการลงทุนสะพานเกิ่นเทอ 2 พร้อมถนนเชื่อมสองฝั่ง ด้วยวงเงินเบื้องต้น 27.050 ล้านล้านด่ง หรือราว 1.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จุดเด่นของโครงการคือการออกแบบสะพานหลักสองระดับ ให้ทางด่วนอยู่ชั้นบนและทางรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐานอยู่ชั้นล่างบนโครงสร้างเดียวกัน

ข้อมูลจากสำนักข่าวเวียดนามและสื่อของกระทรวงก่อสร้างระบุว่า กระทรวงออกคำตัดสินเลขที่ 1872/QĐ-BXD ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 อนุมัติหลักการลงทุนอย่างเป็นทางการ โครงการมีระยะทางรวมประมาณ 17.6 กิโลเมตร เชื่อมจังหวัดหวิญล็องกับนครเกิ่นเทอ ข้ามแม่น้ำเหิ่ว ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาหลักของแม่น้ำโขง

แนวเส้นทางเริ่มจากทางแยกจ่าวา เชื่อมทางด่วนหมีถ่วน–เกิ่นเทอในจังหวัดหวิญล็อง แล้วผ่านพื้นที่ด่งบิ่ญ ข้ามทางหลวงหมายเลข 1 ทางหลวงหมายเลข 54 คลองจ่าวาและแม่น้ำฝูลี ก่อนข้ามแม่น้ำเหิ่วเข้าสู่นครเกิ่นเทอ จุดปลายจะเชื่อมทางด่วนเกิ่นเทอ–เหิ่วซางที่ทางแยก IC2 ทำให้เส้นทางต่อเนื่องไปยังทางด่วนเกิ่นเทอ–ก่าเมาได้สะดวกขึ้น

สะพานหลักมีความยาวประมาณ 870 เมตร เป็นสะพานขึงที่ใช้โครงเหล็กถักเป็นคานหลัก ช่วงกลางยาว 450 เมตร และช่วงข้างฝั่งละ 210 เมตร ทางด่วนชั้นบนออกแบบเป็น 6 ช่องจราจร ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนทางรถไฟชั้นล่างเป็นทางคู่ขนาดมาตรฐาน 1,435 มิลลิเมตร รองรับรถไฟโดยสารที่ความเร็วออกแบบ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และรถไฟบรรทุกสินค้าที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โครงการถูกแบ่งเป็นสามส่วน ส่วนแรกเป็นงานชดเชยและย้ายที่อยู่ในจังหวัดหวิญล็อง วงเงินประมาณ 2.267 ล้านล้านด่ง ส่วนที่สองเป็นงานลักษณะเดียวกันในนครเกิ่นเทอ วงเงิน 824.15 พันล้านด่ง และส่วนที่สามเป็นงานก่อสร้างสะพานกับถนนเชื่อม วงเงินประมาณ 23.959 ล้านล้านด่ง โดยใช้เงินจากงบประมาณส่วนกลางทั้งหมด

แผนเงินลงทุนกำหนดไว้ 21.644 ล้านล้านด่งในช่วงปี 2569–2573 และอีกประมาณ 5.406 ล้านล้านด่งในช่วงปี 2574–2578 โครงการตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และใช้เวลาประมาณห้าปีจึงจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งาน อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนถัดไปยังต้องจัดทำรายงานศึกษาความเป็นไปได้ ประกวดแบบสถาปัตยกรรม จัดทำรายละเอียดทางวิศวกรรม รวมถึงดำเนินงานเวนคืนและย้ายที่อยู่ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น

ข่าวนี้ได้รับความสนใจเพราะสะพานไม่ได้เป็นเพียงทางข้ามแม่น้ำแห่งใหม่ แต่ถูกวางให้เป็นชิ้นส่วนร่วมของทั้งโครงข่ายทางด่วนเหนือ–ใต้ฝั่งตะวันออกและแผนรถไฟนครโฮจิมินห์–เกิ่นเทอ การวางทางรถไฟไว้ในโครงสร้างเดียวตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงที่จะต้องสร้างสะพานข้ามแม่น้ำซ้ำอีกในอนาคต และเปิดทางให้ระบบขนส่งผู้โดยสารกับสินค้าเชื่อมเข้าสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง

สำหรับภูมิภาคนี้ การเชื่อมต่อที่ดีขึ้นมีผลโดยตรงต่อการขนส่งข้าว ผลไม้ อาหารทะเล และสินค้าแปรรูป ซึ่งต้องแข่งกับเวลาและต้นทุนโลจิสติกส์ สะพานเดิมและทางเชื่อมในช่วงเร่งด่วนเป็นจุดที่ต้องรองรับรถจำนวนมาก โครงการใหม่จึงถูกคาดหวังว่าจะเพิ่มความจุของเส้นทาง ลดคอขวด และสร้างทางเลือกแก่ทั้งรถยนต์ รถบรรทุก และระบบรางในระยะยาว

สิ่งที่ต้องติดตามต่อมีสามเรื่องสำคัญ ได้แก่ ผลการศึกษาความเป็นไปได้และแบบสถาปัตยกรรมสุดท้าย ความคืบหน้าการเวนคืนที่ดินในหวิญล็องและเกิ่นเทอ และความสอดคล้องกับโครงการรถไฟนครโฮจิมินห์–เกิ่นเทอ กระทรวงก่อสร้างยังมอบหมายให้หน่วยงานรถไฟประสานการออกแบบ เพื่อให้ส่วนโครงสร้างที่สร้างพร้อมสะพานสามารถเชื่อมต่อกับราง ระบบสถานี และแผนเดินรถในอนาคตได้จริง

แม้หลักการลงทุนได้รับอนุมัติแล้ว แต่ภาพของสะพานในเวลานี้ยังเป็นแนวคิดทางสถาปัตยกรรม ไม่ใช่ภาพสถานที่ก่อสร้างจริง การเริ่มงานในปี 2570 จะขึ้นอยู่กับการอนุมัติรายละเอียด การจัดสรรงบ และการเตรียมพื้นที่ หากดำเนินการตามแผน สะพานเกิ่นเทอ 2 จะเป็นหนึ่งในโครงการคมนาคมที่โดดเด่นที่สุดของเวียดนามตอนใต้ เพราะรวมถนนและรถไฟความเร็วสูงระดับภูมิภาคไว้ในทางข้ามแม่น้ำเดียว