เวียดนามเริ่มใช้มาตรการลดต้นทุนพลังงานสองด้านพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยการไฟฟ้าเวียดนาม หรือ EVN ลดราคาขายปลีกไฟฟ้าเฉลี่ยลง 2% ขณะที่รัฐบาลกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเบนซินทุกประเภทไว้ที่ 0% ชั่วคราว มาตรการทั้งสองถูกประกาศในคืนวันที่ 31 ตุลาคมและมีผลทันทีในวันรุ่งขึ้น จึงกลายเป็นข่าวเศรษฐกิจที่ถูกจับตา เพราะกระทบทั้งค่าใช้จ่ายครัวเรือน ต้นทุนธุรกิจ และการควบคุมเงินเฟ้อ

EVN ระบุว่า ราคาขายปลีกไฟฟ้าเฉลี่ยใหม่อยู่ที่ 2,159.9037 ดองต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลดลง 2% จากระดับเดิม และใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามยังออกคำสั่งเลขที่ 2892/QĐ-BCT เพื่อกำหนดราคาสำหรับกลุ่มผู้ใช้ไฟและผู้ค้าปลีกไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับราคาเฉลี่ยใหม่

Vietnam News รายงานว่า นี่เป็นการลดราคาขายปลีกไฟฟ้าเฉลี่ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 จุดนี้สำคัญเพราะหลายปีที่ผ่านมา ประเทศต้องรับมือทั้งความต้องการไฟฟ้าที่เติบโต ต้นทุนเชื้อเพลิง และความจำเป็นในการลงทุนโครงข่าย การลดราคาในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการปรับตัวเลข แต่เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลต้องการช่วยลดภาระประชาชนและธุรกิจ ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค

ด้านน้ำมัน รัฐบาลเวียดนามออกมติเลขที่ 45/2026/NQ-CP กำหนดภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเบนซินทุกประเภทเป็น 0% ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 ช่องทางข่าวทางการของรัฐบาลระบุว่า เป้าหมายคือสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานและรักษาเสถียรภาพตลาดปิโตรเลียม หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง รัฐบาลสามารถพิจารณาย่นหรือขยายช่วงเวลาของมาตรการได้

อย่างไรก็ตาม การลดภาษีสรรพสามิตเป็นศูนย์ไม่ได้หมายความว่าราคาหน้าปั๊มจะลดลงในสัดส่วนเดียวกันทันทีทุกครั้ง เพราะราคาขายปลีกยังขึ้นกับต้นทุนน้ำมันดิบ ราคานำเข้า อัตราแลกเปลี่ยน ภาษีหรือค่าธรรมเนียมส่วนอื่น และรอบการปรับราคาของประเทศ สิ่งที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือภาระภาษีส่วนนี้ถูกยกออกชั่วคราว ส่วนผลต่อราคาจริงต้องติดตามประกาศราคาขายปลีกและใบเสร็จของผู้บริโภคในแต่ละรอบ

เหตุผลที่มาตรการนี้กำลังเป็นกระแสคือ เวียดนามกำลังพยายามเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยไม่ปล่อยให้ค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตกดดันครัวเรือนกับผู้ประกอบการมากเกินไป ค่าไฟและน้ำมันเป็นต้นทุนที่แทรกอยู่แทบทุกกิจกรรม ตั้งแต่ร้านค้ารายย่อย โรงงาน การขนส่ง ไปจนถึงบริการ หากการลดต้นทุนถูกส่งผ่านจริง ผลอาจเห็นได้ทั้งในบิลรายเดือนและต้นทุนสินค้าที่ใช้พลังงานสูง

สิ่งที่ต้องจับตาต่อมีสี่เรื่อง เรื่องแรกคือบิลไฟของแต่ละกลุ่มผู้ใช้ว่าลดลงเท่าใดจริง เพราะราคาเฉลี่ยไม่เท่ากับอัตราของทุกช่วงการใช้ไฟ เรื่องที่สองคือราคาน้ำมันหน้าปั๊มหลังภาษีเป็นศูนย์ เรื่องที่สามคือฐานะการเงินและแผนลงทุนของ EVN หลังลดราคา และเรื่องสุดท้ายคือรัฐบาลจะต่ออายุมาตรการน้ำมันหลังวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือไม่

มาตรการคู่ครั้งนี้จึงเป็นการทดลองสำคัญของเวียดนามว่า การลดราคาพลังงานแบบกำหนดเป้าหมายจะช่วยพยุงกำลังซื้อและลดต้นทุนธุรกิจได้มากเพียงใด โดยไม่สร้างภาระระยะยาวต่อระบบพลังงาน คำตอบที่ชัดเจนจะมาจากบิลจริง ราคาหน้าปั๊ม อัตราเงินเฟ้อ และต้นทุนของภาคธุรกิจในช่วงหลายเดือนข้างหน้า