เวียดนามกำลังยกระดับนโยบาย “คนเวียดนามใช้สินค้าเวียดนาม” จากการรณรงค์ในร้านค้าทั่วไปไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเต็มรูปแบบ หลังรัฐบาลอนุมัติโครงการ **Vietnamese goods for Vietnamese consumers** สำหรับช่วงปี 2026–2030 โดยหนึ่งในเป้าหมายที่สะดุดตาที่สุดคือการสร้าง “ร้านค้าดิจิทัล” เฉพาะทางสำหรับสินค้าเวียดนามอย่างน้อย 5 แห่งบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่
ข่าวนี้เป็นกระแสเพราะไม่ได้พูดเพียงเรื่องยอดขาย แต่พยายามเชื่อมข้อมูลผู้ผลิต สินค้า มาตรฐาน การตรวจสอบย้อนกลับ จุดจำหน่าย และเสียงตอบรับจากผู้บริโภคไว้ในระบบเดียวกัน หากทำได้จริง ผู้ซื้อจะตรวจสอบที่มาได้ง่ายขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตรายเล็กมีโอกาสเข้าถึงตลาดนอกพื้นที่ของตนโดยไม่ต้องพึ่งหน้าร้านเพียงอย่างเดียว
## เป้าหมายใหญ่ แต่ยังเป็นเป้าหมายนโยบาย
[สำนักข่าวรัฐบาลเวียดนาม](https://en.baochinhphu.vn/viet-nams-retail-sales-service-revenue-to-hit-over-us525-bln-by-2030-111261031085859343.htm) ระบุว่า โครงการตั้งเป้าให้ยอดค้าปลีกสินค้าและรายได้จากบริการผู้บริโภคเติบโตเฉลี่ย 14–15% ต่อปีในช่วงปี 2026–2030 จนแตะประมาณ 13.5–14 ล้านล้านดอง หรือราว 525–542.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030
สำหรับอีคอมเมิร์ซ เป้าหมายอยู่ที่การเติบโตเฉลี่ย 23–25% ต่อปี และมียอดขาย 93–97 พันล้านดอลลาร์ในปี 2030 คิดเป็น 18–19% ของยอดค้าปลีกสินค้าและรายได้บริการผู้บริโภคทั้งหมด ตัวเลขเหล่านี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะเป็น “เป้าหมายปลายทาง” ของโครงการ ไม่ใช่รายได้ที่เกิดขึ้นแล้ว และยังขึ้นอยู่กับกำลังซื้อจริง ต้นทุนโลจิสติกส์ การแข่งขัน และความสามารถของธุรกิจในการปรับตัว
ฐานเปรียบเทียบคือปี 2025 ซึ่งยอดค้าปลีกและรายได้บริการผู้บริโภคของเวียดนามเกิน 7 ล้านล้านดอง เพิ่มขึ้น 9.2% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม [สถาบันวิจัยยุทธศาสตร์และนโยบายอุตสาหกรรมและการค้า](https://vioit.moit.gov.vn/vn/tin-hoat-dong-nganh/thi-truong-ban-le-viet-nam--du-dia-tang-truong-va-chuyen-dich-he-thong-phan-phoi-7134.4056.html) เตือนว่า เมื่อหักผลของราคาแล้ว การเติบโตของกำลังซื้อจริงอาจต่ำกว่าตัวเลขมูลค่ารวม จึงไม่ควรตีความเป้าหมายเป็นการรับประกันว่าตลาดจะโตตามเส้นตรง
## SME จะถูกดึงเข้าระบบมากขึ้น
โครงการตั้งเป้าให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 70% ใช้อีคอมเมิร์ซ และให้ SME ในภาคการค้า 45% เข้าร่วมแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมรักษาสัดส่วนสินค้าเวียดนามมากกว่า 80% ในซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์การค้า และมากกว่า 60% ในช่องทางค้าปลีกแบบดั้งเดิม
[กรมบริหารและพัฒนาตลาดภายในประเทศของเวียดนาม](https://dms.gov.vn/vi/tin-chi-tiet/-/chi-tiet/phe-duyet-chuong-trinh-hang-viet-vi-nguoi-viet-giai-doan-2026-2030-20632-1.html) ยืนยันกรอบเป้าหมายเดียวกัน จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่การเปิดหน้าร้านออนไลน์เพิ่ม แต่คือการทำให้สินค้าที่เข้าระบบมีข้อมูลมาตรฐานและตรวจสอบย้อนกลับได้ หากการยืนยันข้อมูลไม่เข้มแข็ง ร้านค้าดิจิทัลอาจกลายเป็นเพียงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าทำได้จริง จะช่วยลดความไม่แน่นอนเรื่องของปลอมและแหล่งผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตา
ประเด็นแรกคือเกณฑ์คัดเลือกสินค้าและผู้ขายในร้านค้าดิจิทัลทั้ง 5 แห่งว่าจะโปร่งใสเพียงใด ประเด็นที่สองคือผู้ประกอบการรายย่อยในชนบทจะได้รับความช่วยเหลือด้านบรรจุภัณฑ์ มาตรฐาน ภาษี และการขนส่งมากน้อยแค่ไหน และประเด็นสุดท้ายคือสัดส่วนการเติบโตจะมาจากยอดขายจริงหรือจากระดับราคาที่สูงขึ้น
สำหรับประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงไทย การขยายตัวของสินค้าเวียดนามบนแพลตฟอร์มออนไลน์อาจเพิ่มการแข่งขันในสินค้ากลุ่มอาหารแปรรูป ของใช้ในบ้าน สิ่งทอ และสินค้าชุมชน ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการขนส่ง การชำระเงิน และการค้าข้ามพรมแดนเชื่อมกับตลาดผู้บริโภคเวียดนามที่มีขนาดใหญ่ขึ้น สิ่งชี้ขาดจึงอยู่ที่การลงมือทำหลังอนุมัติโครงการ ไม่ใช่ตัวเลขเป้าหมายเพียงอย่างเดียว



