รัฐบาลเวียดนามสั่งหน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นเร่งเตรียมรับผลกระทบจากเอลนีโญในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 โดยให้ความสำคัญกับการสำรองน้ำ การรับมือภัยแล้งและน้ำเค็มรุก การป้องกันไฟป่า ตลอดจนการเตรียมแผนรองรับฝนหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดแบบผิดปกติ แม้ภาพรวมของเอลนีโญมักเชื่อมโยงกับอากาศร้อนและฝนน้อย
คำสั่งดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยช่องทางข่าวทางการของรัฐบาลเวียดนามเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2569 อ้างถึงคำสั่งเลขที่ 39/CT-TTg ซึ่งลงนามเมื่อ 30 ตุลาคม โดยรัฐบาลประเมินว่า ENSO อยู่ในระยะเอลนีโญและมีแนวโน้มคงความรุนแรงในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า
## ทำไมเวียดนามต้องเร่งเตรียมตัว
ศูนย์พยากรณ์อุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติเวียดนามประเมินว่า เอลนีโญมีโอกาส 96% ที่จะยังอยู่ในระดับรุนแรงมากระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมกราคม 2570 จากนั้นอาจอ่อนกำลังลง แต่ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรงในช่วงกุมภาพันธ์–เมษายน และอาจดำเนินต่อไปถึงครึ่งแรกของฤดูร้อนปี 2570
อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศในเดือนพฤศจิกายนอาจสูงกว่าค่าปกติระยะยาว 1–2 องศาเซลเซียส ส่วนเดือนธันวาคมถึงมกราคมอาจสูงกว่าปกติ 0.5–1.5 องศา และบางพื้นที่ในที่ราบสูงตอนกลางกับภาคใต้อาจสูงกว่าปกติถึง 1–2 องศา
ความเสี่ยงไม่ได้มีเพียงอากาศร้อน รัฐบาลเตือนถึงภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ น้ำเค็มรุก และไฟป่า รวมทั้งความเป็นไปได้ของฝนหนัก น้ำท่วม และสภาพอากาศอันตรายแบบผิดฤดูกาล จึงสั่งให้แผนรับมือครอบคลุมทั้งภาวะน้ำน้อยและน้ำมาก ไม่ใช่เตรียมเฉพาะภัยแล้งด้านเดียว
## คำสั่งสำคัญถึงจังหวัดและเมือง
ประธานคณะกรรมการประชาชนในแต่ละจังหวัดและนครต้องทบทวนแผนตามปริมาณน้ำที่มีจริง รวมถึงจัดทำฉากทัศน์ที่เลวร้ายกว่าการคาดการณ์ ระบุพื้นที่และกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยง กำหนดทรัพยากร ผู้รับผิดชอบ และแนวทางช่วยเหลือลงไปถึงระดับชุมชน พร้อมเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น
ท้องถิ่นต้องตรวจปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ระบบชลประทาน และระบบผลิตน้ำสะอาด ระบุพื้นที่เสี่ยงขาดน้ำอุปโภคบริโภค และหาแหล่งน้ำสำรองหรือเชื่อมระบบประปาเพื่อช่วยเหลือกัน รัฐบาลกำชับให้จัดลำดับความสำคัญแก่น้ำสำหรับครัวเรือน โรงพยาบาล โรงเรียน พื้นที่ชนกลุ่มน้อย เขตภูเขา และชุมชนชายฝั่ง
ในด้านเกษตร กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมต้องปรับแผนจัดสรรน้ำในลุ่มน้ำเสี่ยง โดยเฉพาะภาคกลาง ที่ราบสูงตอนกลาง และภาคใต้ พร้อมแนะนำให้ปรับฤดูเพาะปลูก ใช้น้ำอย่างประหยัด และเปลี่ยนรูปแบบการผลิตในพื้นที่ที่เผชิญภัยแล้งหรือน้ำเค็มรุกเป็นประจำ
## พลังงาน เมือง และไฟป่าก็อยู่ในแผน
กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าถูกสั่งให้วางแผนใช้พลังงานอย่างเหมาะสม และเตรียมแหล่งไฟฟ้าทดแทนหากน้ำไหลเข้าอ่างของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไม่เพียงพอในฤดูแล้ง 2569–2570 ขณะเดียวกันผู้ดูแลอ่างต้องวางแผนกักเก็บน้ำให้สมดุลระหว่างน้ำใช้ การผลิตไฟฟ้า การป้องกันน้ำท่วม และความปลอดภัยของเขื่อน
เมืองต่าง ๆ ต้องตรวจระบบระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูน้ำ และบ่อหน่วงน้ำ เพื่อรับฝนหนักผิดปกติ ส่วนพื้นที่ป่าเสี่ยงต้องเตรียมกำลัง อุปกรณ์ และแหล่งน้ำตามหลักตอบสนองในพื้นที่ ไม่ปล่อยให้ไฟลุกลามเป็นวงกว้าง
## สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
จุดที่ต้องจับตาคือปริมาณฝนและน้ำในอ่างช่วงต้นฤดูแล้ง ความลึกของน้ำเค็มที่รุกเข้าปากแม่น้ำในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง และผลกระทบต่อครัวเรือน เกษตรกรรม และการผลิตไฟฟ้า รายงาน UNICEF เวียดนามระบุว่าชายฝั่งตอนกลาง ที่ราบสูงตอนกลาง และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง โดยเด็กอาจได้รับผลกระทบจากการขาดน้ำสะอาด สุขภาพ โภชนาการ และการเรียน
มาตรการที่ประกาศในตอนนี้ยังเป็นการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ไม่ใช่การยืนยันว่าเกิดวิกฤตทั่วประเทศแล้ว ความสำเร็จจึงขึ้นอยู่กับการแปลงคำสั่งส่วนกลางเป็นแผนระดับจังหวัด การเฝ้าระวังแบบทันเวลา และการจัดสรรน้ำก่อนที่ฤดูแล้งจะรุนแรงขึ้น
แหล่งข้อมูล: [รัฐบาลเวียดนาม](https://en.baochinhphu.vn/viet-nam-steps-up-preparations-for-el-nino-impacts-111261102110808946.htm), [กรมบริหารทรัพยากรน้ำ เวียดนาม](https://dwrm.mae.gov.vn/thu-tuong-chinh-phu-chi-dao-chu-dong-ung-pho-voi-thien-tai-do-anh-huong-cua-el-nio-giai-doan-20262027-16867.htm), [ศูนย์พยากรณ์อุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติ](https://www.nchmf.gov.vn/kttv/vi-VN/1/ban-tin-du-bao-canh-bao-khi-hau-thoi-han-mua-tren-pham-vi-toan-quoc-tu-thang-11-2026-4-2027-post54627.html) และ [UNICEF เวียดนาม](https://www.unicef.org/vietnam/reports/el-ni%C3%B1o-20262027-early-warning-and-preparedness)



