เวียดนามขยับโครงการศูนย์การเงินระหว่างประเทศในนครโฮจิมินห์จากกรอบนโยบายไปสู่ขั้นปฏิบัติ โดย VIFC-HCMC ประกาศบริษัทสมาชิกอย่างเป็นทางการชุดแรก 10 ราย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ระหว่างงาน Autumn Economic Forum 2026 พร้อมแผนระดมทุนและลงทุนรวมราว 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570

รายชื่อที่รัฐบาลเวียดนามเปิดเผยประกอบด้วย EQuest Capital, Son Kim Capital IFC, VinaCapital International Partners, Sai Gon Marina IFC, Gemadept Holdings, Rovela Pay, REE Energy Finance, Mercantile Exchange of Viet Nam Corporation, AG&P Holding Viet Nam และ Keppel Viet Nam กลุ่มบริษัทเหล่านี้ครอบคลุมการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งทางทะเล โลจิสติกส์ พลังงาน ฟินเทค ระบบชำระเงิน และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการซื้อขายสินค้า

ตัวเลข 2.7 พันล้านดอลลาร์ยังเป็น “แผนระดมทุนและลงทุน” ไม่ใช่เงินที่ลงไปแล้วทั้งหมด รายละเอียดที่รัฐบาลเวียดนามระบุสะท้อนว่าบางส่วนยังต้องผ่านการจัดหาเงินทุนและพัฒนาโครงการ เช่น Sai Gon Marina IFC วางเป้าระดม 816 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและกายภาพของศูนย์ ขณะที่ AG&P Holding Viet Nam ระบุวงเงินราว 425 ล้านดอลลาร์สำหรับห่วงโซ่มูลค่าโรงไฟฟ้าแอลเอ็นจีและดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วน EQuest Capital วางแผนราว 325 ล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการศึกษา

ด้าน Keppel กำลังสำรวจการตั้งแพลตฟอร์มร่วมลงทุนกับพันธมิตรทั่วโลก โดยตั้งเป้าระดมทุนได้สูงสุด 1 พันล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่จากเงินทุนของบุคคลที่สาม เพื่อเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ การค้า และบริการในระบบนิเวศ VIFC-HCMC รายละเอียดนี้จึงควรถูกติดตามในฐานะเป้าหมายที่อยู่ระหว่างการจัดโครงสร้าง ไม่ใช่คำยืนยันว่าเงินทุนทั้งหมดได้รับการผูกพันเรียบร้อยแล้ว

เหตุผลที่ข่าวนี้ได้รับความสนใจคือ “สมาชิก 10 รายแรก” เป็นหลักหมุดที่จับต้องได้ของความพยายามผลักดันนครโฮจิมินห์ให้เป็นศูนย์กลางการเงินระดับภูมิภาค จากเดิมที่การอภิปรายส่วนใหญ่เน้นกฎหมาย รูปแบบสถาบัน และแรงจูงใจสำหรับนักลงทุน การมีผู้ประกอบการชุดแรกช่วยให้เห็นว่าเวียดนามต้องการเชื่อมเงินทุนกับเศรษฐกิจจริง ตั้งแต่พลังงานและโลจิสติกส์ไปจนถึงเทคโนโลยีการเงิน

อย่างไรก็ตาม มูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ของสมาชิก VIFC-HCMC เป็นคนละชุดกับตัวเลขโครงการลงทุนมูลค่ากว่า 13 พันล้านดอลลาร์ที่นครโฮจิมินห์นำเสนอในบริบทกว้างของ Autumn Economic Forum จึงไม่ควรนำตัวเลขทั้งสองมารวมกันหรือมองว่าเป็นเงินก้อนเดียวกัน

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปมีอย่างน้อยสี่ด้าน ได้แก่ กฎเกณฑ์การอนุญาตและกำกับดูแลของศูนย์ ความคืบหน้าในการระดมทุนจริงของแต่ละบริษัท ผลิตภัณฑ์และบริการที่จะเปิดดำเนินการ และมาตรการด้านความโปร่งใส การคุ้มครองผู้ลงทุน และการบริหารความเสี่ยงข้ามพรมแดน หากเวียดนามเปลี่ยนคำมั่นและเป้าหมายเหล่านี้เป็นโครงการที่มีเงินทุนไหลเข้าจริงได้ตามกรอบปี 2570 การประกาศครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแข่งขันสร้างศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่หากกติกาและโครงสร้างพื้นฐานล่าช้า ตัวเลขที่ประกาศก็อาจยังคงอยู่ในระดับแผนงานมากกว่าผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ